7 ทริคมาสก์หน้าให้ถูกวิธี

7 ทริคมาสก์หน้าให้ถูกวิธี

แผ่นมาสก์หน้า เป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนนิยมใช้กัน เพียงแค่ฉีดซองแล้วโปะแผ่นมาสก์บนใบหน้า จากนั้นนั่งเล่นเพลิน ๆ จนครบเวลาที่กำหนด เท่านี้ก็ช่วยปลอบปละโลมผิวให้รู้สึกสดชื่น เติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำน้ำ พร้อมช่วยฟื้นบำรุงและแก้ปัญหาผิวที่ทำให้รู้สึกกังวลใจได้ง่าย แต่วิธีที่เราใช้มาสก์นั้นถูกหรือเปล่า เพราะถ้าใช้ผิดอาจทำให้ผิวพังมากกว่าปังก็ได้นะ ดังนั้นในวันนี้เราก็มี 7 ทริคมาสก์หน้าให้ถูกวิธีมาฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

เลือกแผ่นมาสก์หน้าให้เหมาะกับผิว

Do : หากอยากเลือกมาสก์ให้ตอบโจทย์กับตัวเอง เช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเรานั้นมีสภาพผิวแบบไหนเช่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ฯลฯ รวมทั้งต้องรู้ด้วยนะว่า ผิวหน้าของเรามีปัญหาผิวที่ทำให้รู้สึกกังวลใจในเรื่องไหนบ้างเช่น ความหมองคล้ำ สิว ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ฯลฯ

Don’t : ไม่แนะนำให้ตัดสินใจซื้อแผ่นมาสกตามกระแส หรือมองจากแค่แพ็กเกจจิงภายนอกอย่างเดียวเด็ดขาด แต่ควรต้องสังเกตสภาพผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้ว่าตอนปกติอาจผิวมันเยิ้มได้ง่ายก็จริง แต่ในบางช่วงเวลาผิวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นผิวแห้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว

เตรียมผิวให้พร้อมก่อนมาสก์หน้า

Do : การใช้แผ่นมากส์หน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การบำรุงผิวที่ดีที่สุดก็ควร โปะแผ่นมาสก์ลงบนผิวที่สะอาดไร้คราบเมคอัพ โดยควรล้างหน้าทุกครั้งก่อนมากส์หน้า เพื่อเปิดทางให้เนื้อเอสเซนส์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น และเข้าไปช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกขึ้นด้วย

Don’t : บางคนอาจเข้าใจผิดว่าใช้แผ่นมากส์หน้าโปะลงบนผิวที่มีเมคอัพได้ แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า ไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากแต่งหน้า ทาครีมกันแดดหรือแม้แต่ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนมากส์หน้า รูขุมขนอาจเกิดการอุดตัน อักเสบ และสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าได้เลยนะ

วิธีการใช้แผ่นมากส์หน้าที่ถูกต้อง

Do : วิธีใช้แผ่นมากส์ที่ถูกต้องควรโปะแผ่นมาสก์ให้แนบสนิทไปกับผิว เพื่อให้แผ่นมาสก์และเนื้อเอสเซนส์ซึมเข้าไปบำรุงผิวได้อย่างเต็มที่ แล้วเนื้อเอสเซนส์ที่เหลืออยู่ในซองก็อย่าเพิ่งทิ้ง แนะนำให้นำเอสเซนส์ที่เหลือมาทาบริเวณคอ เนินอก หรือหลังมือ จะได้ไม่เปลืองเงินไปเปล่า ๆ

Don’t : ข้อผิดพลาดที่หลายคนเผลอทำแบบไม่รู้ตัวคือ แผ่นมากส์หน้าบางแบรนด์มาพร้อมกับแผ่นฟิล์มใส เพื่อคงรูปทรงของแผ่นมาสก์และช่วยให้ง่ายต่อการหยิบมาใช้งาน ถ้าใครไม่ได้ดึงแผ่นฟิล์มใสนี้ออกแล้วโปะลงบนผิวหน้าตรง ๆ ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ แถมยังทำให้เนื้อเอสเซนส์ไม่สามารถซึมเข้าผิวได้อีกด้วย

ระยะเวลาการมาสก์หน้าที่เหมาะสม

Do : หนึ่งในกฎเหล็กข้อสำคัญของการใช้แผ่นมากส์ก็คือ ควรโปะแผ่นมาสก์หน้าทิ้งไว้ในระยะเวลาที่ระบุไว้บนฉลากด้านหลังซอง ประมาณ 15 – 30 นาที ถึงแม้ว่าพอครบเวลาแล้ว แต่แผ่นมาสก์ยังคงมีความชุ่มชื้นของเนื้อเอสเซนส์อยู่ก็ต้องออกนะ

Don’t : หากโปะแผ่นมากส์หน้าไว้บนผิวมากจนเกินไป หลังจากที่แผ่นมาสก์หน้าเริ่มแห้งก็จะดูดเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวไปแบบไม่เหลือ จนทำให้ผิวแห้งเสียหนักขึ้นกว่าเดิมได้ ที่สำคัญห้ามนำผ่านมาสก์หน้าที่ใช่แล้วกลับบมาใช้ใหม่ในครั้งต่อไปเด็ดขาด เพราะเจ้าแผ่นมาสก์จะกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย และเป็นตัวการทำร้ายผิวแทนได้

มาสก์หน้าเสร็จแล้วต้องทำอย่างไร

Do : หลังจากที่ดึงแผ่นมาสก์หน้าออกไปแล้ว แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วนวด ๆ ตบ ๆ ผิวเบา ๆ ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และเนินอก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เนื้อเอสเซนส์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

Don’t : ไม่แนะนำให้ล้างหน้าหลังใช้มากส์นะ เพราะการล้างหน้าทันทีหลังจากที่เพิ่งดึงแผ่นมาสก์หน้าออกจากผิว ก็ไม่ต่างอะไรจากการล้างเอาสารพัดสารสกัดและส่วนผสมหลากหลายชนิด ที่อัดแน่นอยู่ในเนื้อเอสเซนส์ออกจากผิวไปเลย ฉะนั้นอย่าหาทำนะ

ขั้นตอนการบำรุงผิวหลังมาสก์หน้า

Do : หลังจากมากส์หน้าแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่จำเป็นต้องบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ตัวอื่น ๆ นะ เพราะแค่แผ่นมาสก์ตัวเดียวไม่สามารถตอบโจทย์การบำรุงและแก้ปัญหาผิวได้ทุกอย่าง จึงยังคงต้องใช้สกินแคร์ตัวอื่น ๆ มาช่วยเพิ่มผิวสวยสุขภาพดีเสริมอีกแรง

Don’t : ใช้แค่แผ่นมากส์หน้าตัวเดียวและไม่บำรุงผิวด้วยสกินแคร์ตัวอื่น ๆ ก็อาจช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำน้ำขึ้นได้ แต่ปัญหาผิวด้านอื่น ๆ เช่นความหมองคล้ำ สิว ริ้วรอย ใต้ตาดำ ฯลฯ อาจลุกลามบานปลาย โดยมีสาเหตุจากการที่ผิวขาดการบำรุงได้เหมือนกัน

ควรมากส์บ่อยแค่ไหน

Do : ควรมากส์หน้าสัปดาห์ละ 1 – 3 ครั้ง แต่สำหรับใครที่มีปัญหาผิวแห้งมาก ๆ ก็สามารถมาสก์หน้าเป็นประจำทุกวันได้ แต่แนะนำให้ใช้แผ่นมากหน้าสูตรที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่มีส่วนผสมที่รุนแรงต่อผิวดีกว่านะ

Don’t : ข้อผิดพลาดที่หลายคนมักจะทำกันก็คือ การใช้แผ่นมากส์สูตรเดิมซ้ำ ๆ ทุกครั้ง เพราะสภาพผิวของเราอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทางที่ดีควรหมั่นสังเกตสภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะเลือกใช้มากส์หน้าที่มุ่งตรงเข้าไปช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

แหล่งที่มา : sistacafe.com